Filed under: IAC Articles | Tagged: IAC Book, IOS book | Enter your password to view comments.
Invitation to Join 2009 IAC International Forum & 2009 IAC International Forum
Subject: Invitation to Join 2009 IAC International Forum & 2009 IAC International Forum
Dear Sirs / Madammes,
As prior announced, On behalf of IAC Secretariat Office in Bangkok, may we cordially invite you to join Bangkok 2009 IAC International Forum
& 4th IAC General Meeting 2009, June 29 – 30, 2009
Imperial Queen’s Park Hotel, Bangkok, Thailand
Tentative Agenda is available here.
We request your attention to provide your reply at your earliest convenience, preferably before May 15, 2009.
Please reply to pornprom [at] nectec [dot] or [dot] th and/or pornprom [at] gmail [dot] com
Sincerely yours,
Pornprom Ateetanan
Assistant Secretary General, IAC
On behalf of
Prof. Pairash Thajchayapong,
President, IAC
Ms.Jantima Sirisaengtaksin,
Chair, Organizing Committee
Mr. Jirapon Tubtimhin
Secretary General, IAC
Russell Pipe
Advisor to IAC
Hotel Reservation: Imperial Queen’s Park Hotel is recommended
with special discount rate,
Reservation before May 15, 2009,
Thru: pornprom [at] nectec [dot] or [dot] th and/or pornprom [at] gmail [dot] com
Filed under: IAC Conference | Tagged: 2009 IAC International Forum, IAC Conference | Leave a Comment »
IT-Economic-Crisis
จะประหยัดงบ IT อย่างไรจึงจะได้ผลงานเร็วทันใจ
โดย จันทิมา สิริแสงทักษิณ
รองประธาน IAC
ณ เวลานี้ท่าน CIO หลาย ๆ ท่าน คงจะได้รับผลพวงจากพิษเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลกบ้างแล้ว จึงอยากจะมาแชร์กับท่านผู้บริหารทุกท่าน ในเรื่องที่ว่าจะปรับตัวอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้ อันแรกที่จะกล่าวถึงก็คือผู้เขียนได้รับบทความจาก Booz&Co เขียนถึงเรื่องนี้พอดีโดยจั่วหัวว่า “Quick-Hit Saving for IT in Tough Times” หรือจะพูดง่าย ๆ ก็คือ จะประหยัดงบ IT อย่างไรจึงจะได้ผลงานเร็วทันใจในยุคฝืดเคืองเช่นนี้ โดยผู้เขียนบทความประกอบด้วย Mike Cooke, Kumar Krishnamurthy, and Jordan Milner Booz&Co มองว่า ภาระในการดำเนินกระบวนการแปลงสภาพหรือ Transformation เพื่อให้เกิดการบูรณาการนั้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้เงินลงทุน ซึ่งมักจะมีจำนวนที่สูงด้วย แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจไม่อำนวยเช่นนี้ สิ่งที่คิดตรงกันก็คือการลดเงินลงทุนและพยายามคิดในแนวทางของโอกาสที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติพร้อม ๆ กับแทคติกด้วย แนวทางที่ Booz&Co แนะนำเพื่อให้บรรลุตามแนวคิดของการประหยัดและบรรลุผลงานในระยะใกล้ภายใน 1 ปี ขณะเดียวกันก็สามารถปูพื้นไปสู่การประหยัดในระยะยาวได้ด้วยมี 4 แนวทางด้วยกันคือ แนวทางแรก Booz&Co แนะนำว่า ให้นึกถีงโอกาสแบบ Quick-Hit สำหรับงบที่มีอยู่แล้ว แนวทางที่ 2 คือ ให้จัดการอุปสงค์ความต้องการพัฒนาโดยหันมามองโครงการต่าง ๆ ภายในองค์กรเป็นหลัก แนวทางที่ 3 คือ ให้ประเมินเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีผลลัพธ์เชิงบวกต่อการพัฒนา และ แนวทางที่ 4 คือ ประเมินรูปแบบแนวทางการดำเนินงานด้านไอทีแบบใหม่ ๆ โดย Booz&Co ได้แจกแจงรายละเอียดในแนวทางทั้ง 4 ไว้น่าสนใจทีเดียว
ในรายละเอียดนั้น แนวทางแรกคือ Quick-Hit สำหรับงบค่าใช้จ่ายที่มีอยู่ จะทำให้งานเดินต่อไปได้อย่างไร ในส่วนของระบบงานประยุกต์หรือ Application และโครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure นั้น ในการลดค่าใช้จ่ายเพื่อให้ระดับการให้บริการแก่ผู้ใช้หรือลูกค้ายังคงได้รับความพึงพอใจอยู่ ทีมพัฒนาจะต้องชี้ให้ผู้ใช้งานเห็นว่าแต่ละระบบว่ามีความจำเป็นลดหลั่นกันไป ทั้งในแง่ของระบบนั้น ๆ กำลังจะตกยุคไปแล้ว จนถึงระบบที่สำคัญมากแต่ยังสามารถลดบางคุณสมบัติลงไปบ้างเพื่อประหยัดงบประมาณ กล่าวกันว่าในประเทศตะวันตกนั้นการทบทวนระดับการให้บริการสำหรับระบบงานหลักขององค์กรลงซัก 40% จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายลดลงได้ราว 20% ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า จะจับผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องให้อยู่มือได้หรือเปล่า อีกมาตรการหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การกำหนดนโยบายในเรื่องการใช้ไอทีในแนวทางที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายหรือประหยัดงบได้ เช่น นโยบายการใช้เครื่องชนิด Laptop เครื่องจำพวก Smart Phone และ Air Card เป็นต้น ที่จะต้องมีความจำเป็นจริง ๆ การกำหนดจำนวนเครื่องต่อคนให้มีอัตราที่ไม่สูงนัก การยืดอายุใช้งานเครื่องให้ยาวขึ้นอีกสัก 1-2 ปี เหล่านี้จะช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายและประหยัดงบได้ไม่น้อยทีเดียว
แนวทางที่ 2 เป็นแนวทางที่ Booz&Co กล่าวว่า กว่า 50% ของมูลค่าการลดค่าใช้จ่ายด้านไอทีมาจากการที่ CIO จะต้องเข้าใจและใช้หลักการเหตุผลในการดูและบริการจัดการความต้องการให้ดี ในสถานการณ์ขณะนี้ Booz&Co แนะแนวทางสำหรับ CIO ที่เรียกว่า Quick Hit ไว้ 3 เรื่องคือ อันแรกที่ Booz&Co กล่าวไว้คือ การจำกัดงบที่ต้องใช้ในโครงการที่เกี่ยวกับกฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ (legal or regulatory requirements) หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงในการดำเนินภารกิจ การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นเรื่องอันตรายในภาวะเศรษฐกิจทุกวันนี้ โดยเป็นเพียงมาตรการในระยะสั้นเท่านั้น ในขณะเดียวกันก็สามารถผันเงินไปดำเนินการในเรื่องที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายขององค์กรลงมา ประการต่อมาคือ Booz&Co แนะว่าควรโฟกัสที่โครงการที่มีคุณค่าสูงที่กำลังดำเนินการอยู่ วิธีการดูก็คือท่าน CIO ควรให้คนไอทีของท่านวิเคราะห์ดูว่า โครงการใดที่ให้ผลลัพธ์ช้าและไม่จำเป็นในปัจจุบันก็ให้ตัดทิ้งหรือชะลอไว้ก่อน ในขณะที่โครงการใดที่จะส่งผลให้การดำเนินงานขององค์กรประหยัดได้ก็ให้เลือกมาดำเนินการ ข้อสำคัญก็คือ ในการวิเคราะห์รอบใหม่นี้ ควรต้องทบทวนความต้องการ การจัดลำดับความสำคัญ และทิศทางที่ต้องการขับเคลื่อนในการสร้างคุณค่าและนโยบายประหยัดขององค์กรด้วย
ค่าใช้จ่ายลำดับต่อไปที่ควรทบทวนคือ ค่าบำรุงรักษาที่องค์กรต่าง ๆ มักจะมองไม่เห็น เรื่องค่าบำรุงรักษานี้มีการถกเถียงกันมากว่า ทำให้งบด้านไอทีถูกบั่นทอนลง ทั้งในแง่ของความสัมฤทธ์ผลด้านไอที และการลดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ก็ทำให้การบริการด้านไอทีที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นด้วย ทำให้โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่แพงขึ้นด้วย Booz&Co ชี้ว่า 15% ของค่าบำรุงรักษาของกิจการต่างๆ มักจะใช้ไปในเรื่องของการระแวดระวังในกิจกรรมต่าง ๆของโครงการที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่าไม่ควรใช้เงินในเรื่องเหล่านี้ในยามวิกฤติ วิธีหนึ่งที่ควรทำก็คือการทบทวนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในทุกเรื่องขององค์กร โดยการดูถึงความผันผวนและแนวโน้มในงบค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน รวมทั้งทรัพยากรที่ใช้ในเรื่องนี้ จากนั้นจึงรวมเข้าไว้ในถังค่าใช้จ่ายรวม เพื่อจัดลำดับความสำคัญเพื่อจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม
เรื่องหลักต่อไปที่ Booz&Co แนะนำในการใช้เงินให้คุ้มค่าในยามวิกฤติก็คือ การประเมินเทคโนโลยีใหม่ๆ ตัวใหนที่มีอนาคต เนื่องจากเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าไอทีนั้นมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน เช่น SOA, SaaS, Server Virtualization, Thin Clients และ Cloud Computing เป็นต้น แต่ปัญหาก็คือ จะเลือกทำอะไรก่อนถึงจะคุ้มค่า แม้ว่าบางเรื่องเช่น Server Virtualization ในต่างประเทศได้พิสูจน์แล้วค่อนข้างชัดว่าช่วยประหยัดงบได้ ประเด็นที่สำคัญสำหรับแต่ละองค์กรก็คือ ควรดูที่การใช้งานต่างหากว่าจำเป็นจริงๆขนาดคอขาดบาดตายแค่ใหน ต้องพิจารณาข้อนี้ด้วย หากไม่ถึงขนาดนั้น ก็อาจจะใช้งบเพื่อนำร่องก็อาจจะพอ ในที่สุดก็ควรจะดูภาพรวมทั้งหมดแล้วประเมินและวางแผนใหม่บนหลักการที่ว่านี้ว่า ต้องเป็นเทคโนโลยีที่เติบโตเต็มที่แล้วและเกิดผลลัพธ์ที่องค์กรต้องการ ในวิธีการนั้น Booz&Co ได้แนะให้ใช้การพิจารณาหาเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับเทคโนโลยีใหม่แต่ละตัว โดยควรละเว้นการอ้างสภาวะวิกฤติแล้วไม่พิจารณาเทคโนโลยีใหม่ใด ๆ เลย สิ่งที่ควรทราบก็คือ ในยามนี้ผู้ประกอบการหลายรายเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ในเวอร์ชั่นที่เรียกว่า เพื่อการทดลองและประเมิน บวกกับการร่วมมือกับลูกค้าในการประเมินผลลัพธ์ วิธีการเหล่านี้จะช่วยได้สำหรับการตัดสินใจ แม้ว่าในตอนท้ายจะไปในทิศทางที่ชะลอไว้ก่อนก็ตาม แต่ก็จะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และเมือพร้อมเมื่อไหร่ก็อาศัยสิ่งที่ได้เรียนรู้เหล่านี้มาตัดสินใจเดินไปได้ในเวลาอันสั้น
แนวทางหลักประการสุดท้ายที่ Booz&Co แนะนำในยามคับขัน ที่จะทำให้เกิด Quick Hit ก็คือ การประเมินแนวทางหรือรูปแบบใหม่ในการดำเนินงานไอที โดยชี้ว่า ในเวลาเศรษฐกิจถดถอยเช่นนี้ย่อมมีผลกระทบต่อทุกอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน การขยับปรับเปลี่ยนใด ๆ ก็จะส่งผลต่อสถานะการแข่งขันในตลาด ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ ท่าน CIO ทั้งหลายจึงมีทางเลือกที่เหมาะอีกทางก็คือ การมองแนวทางหรือรูปแบบใหม่ในการดำเนินงานไอที ที่เป็นแนวทางแห่งอนาคต ซึ่งผลลัพธ์ก็ไม่ถึงกับว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ในระยะสั้น แต่จะเป็นการเตรียมการด้านไอทีให้พร้อมเพื่อที่จะช่วยให้ภารกิจเดินต่อไปได้ ในขณะที่มีเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลงหรือมีปัญหาเกิดขึ้น โดยการที่จะให้ถึงฝั่งของการพบแนวทางใหม่นี้ ท่าน CIO ควรร่วมมือทำงานใกล้ชิดกับองคาพยพต่างๆ ขององค์กรเพื่อให้ให้เข้าใจสถาณการณ์ที่เป็นอยู่อย่างแท้จริง Booz&Co แนะว่า CIO ควรยืดหยุ่นไว้ในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายถึงการโฟกัสใน 5 เรื่องตามแนวทางใหม่ประกอบด้วย ข้อแรก คือเรื่องธรรมาภิบาล ในการจัดสรรงบในอนาคต มีกรอบการดำเนินการในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างที่ดีและยืดหยุ่นพอใหม ควรจัดซื้อรวมกันเป็นก้อนเดียวหรือแยกกันซื้อ ข้อสองคือเรื่อง การบริหารจัดการอุปสงค์หรือ Demand สำหรับอนาคตในโครงการต่าง ๆ ทั้งในแง่ทรัพย์สินและบริการ จะจัดการกับคำของบที่คั่งค้างอย่างไร และการบริหารจัดการสำหรับกรณีการจัดหาที่มีความจำเป็นสูงให้มีประสิทธิภาพและมีความสัมฤทธิ์ผล
ข้อสามคือเรื่อง การบริหารจัดการอุปทานหรือ Supply โดยให้ดูเรื่องผลกระทบที่จะขยายงานเพื่อตั้งหน่วยให้บริการในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งจำนวนหน่วยที่จะตั้งจุดบริการที่สามารถสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้ ข้อสี่คือเรื่องการส่งมอบ นโยบายเรื่อง Outsourcing มีหรือยัง การจัดหาอุปทานจากภายในประเทศ จากภายนอกประเทศ หรือผสมผสานกัน ผู้ขายที่เหมาะสมในการยืดหยุ่นในเรื่องจำนวนที่ต้องการจัดหาได้อย่างรวดเร็ว และการรวมบริการหลายๆ อย่างเข้าด้วยกัน และข้อห้าสุดท้ายคือเรื่อง องค์กรบริหารจัดการไอที ควรเป็นรวมศูนย์หรือแยกเป็นภาค ๆ ไป หรือจะกระจายย่อยลงไปอีก จะติดตั้งเครื่องไม้เครื่องมือที่ใหน การเสาะหาผู้มีความสามารถและการบริหารอย่างไร โดยเฉพาะในประเทศดาวรุ่งที่มีการแข่งขันสูงและมักจะประสบการขาดแคลน กระบวนการหลักๆของไอทีจะกำหนดมาตรฐานอย่างไร รวมถึงการบริหารด้านการเงิน การบริหารนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านไอที และควรอยู่ในระดับใดจึงจะเหมาะสม
ท้ายนี้ขอฝากแนวคิดอีกเรื่องหนึ่งที่ได้จากหนังสือ FutureGov ของสิงคโปร์ฉบับเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ 2009 ก็คือ เป็นแนวทางที่ CIO ของประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกงและสิงคโปร์ เห็นว่าควรทำในภาวะซบเซาขณะนี้ โดยประเทศชั้นนำด้านไอทีเหล่านี้ จะถือโอกาสในการพัฒนาคนไอที โดยจะสร้างและเพิ่มขีดความสามารถให้กับบุคลากรไอทีในภาพรวมของทั้งประเทศ อันเป็นการเตรียมให้บุคลากรมีความพร้อมสำหรับรองรับภาระงานพัฒนาด้านไอทีเมื่อภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวสู่ภาวะการเติบโตรอบใหม่ ท่าน CIO ของไทยเราจะใช้งบในการเตรียมบุคลากรไอทีของท่านให้เก่งขี้นก็นับว่าเป็นแนวทางที่ดีทางหนึ่ง และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับลูกน้องของท่านได้อีกทางหนึ่งด้วย
Filed under: IAC Articles | Tagged: ICT and Economic Crisis | Leave a Comment »
youth and ASEAN Spirit
เยาวชนกับการสร้างจิตวิญญาณอาเซียน
โดย จิรพล ทับทิมหิน
ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส เนคเทค
ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมดำเนินการสัมมนาในหัวข้อ “Usage on ICT to Promote ASEAN Spirit” ในราวกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงนำมาเล่าสู่ท่านฟัง ก็นับว่าเรื่อง ASEAN นี้คนไทยเราเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น เนื่องจากปีนี้ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ นี้เองที่ไทยเราเป็นเจ้าภาพประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ซึ่งนายกอภิสิทธิ์ได้แสดงฝีไม้ลายมือให้ผู้นำอีก 9 ชาติได้แก่ บูรไน กัมพูชา อินโดนีเซีย พม่า มาเลเชีย สิงคโปร์ ลาว เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ได้ชื่นชมกันมาแล้ว ในส่วนงานที่ผมเข้าร่วมเป็นการจัดสัมมนา เพื่อส่งเสริมให้ชาวอาเซียนใช้ไอซีทีเพื่อหล่อหลอมจิตวิญญาณเป็นอันเดียวกัน โดยเน้นที่ระดับเยาวชน ดังนั้นผู้เข้าร่วมสัมมนาจึงประกอบด้วยเยาวชนระดับมหาวิทยาลัยชาติละ 2 คน บวกกับพี่เลี้ยงที่เป็นนักวางแผนและระดับนโยบายอีก 2 คน รวมเป็นชาติละ 4 คน รวมทั้งสิ้น 40 คน ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่จึงอยู่ในแวดวงไอซีทีทั้งจากภาครัฐและเอกชน
จุดประสงค์ของการสัมมนา นั้น กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุม โดยท่านอธิบดีเผชิญ ขำโพธิ์ ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน ได้แจงให้ทราบว่า ประการแรกต้องการให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ในการใช้ไอซีทีเพื่อส่งเสริมจิตวิญญาณอาเซียน ข้อสองต้องการให้วงสัมมนาร่วมกันพิจารณาถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อให้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสปิริตในวงอาเซียน และข้อสามที่สำคัญคือการกำหนดแผนการดำเนินงานร่วมกันเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ในการใช้ไอซีทีเพื่อสร้างสปิริตร่วมกันเรื่องนี้สำคัญทีเดียว เนื่องจากวงความร่วมมืออาเซียนเป็นวงที่เกี่ยวข้องและใกล้ตัวคนไทยที่สุด ซึ่งเราท่านทั้งหลายต่างตระหนักแล้วว่า เราไม่อาจอยู่เพียงลำพังโดยไม่มีการพึ่งพาหรือร่วมมือกับมิตรประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดกับเรา และวงอาเชียนเป็นวงที่ถือว่ามีศักยภาพสูง ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง แม้แต่ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ต่างให้ความสำคัญจึงเกิดการประชุมอาเซียนบวก 3 ประเทศ ดังกล่าวด้วย ด้วยเหตุนี้อาเซียนจึงให้ความสำคัญกับเยาวชนอาเซียน เพื่อหล่อหลอมในเรื่องสปิริตอาเซียน อันจะส่งเสริมให้มีความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและเข้าอกเข้าใจกัน เพื่อให้การพัฒนาในภูมิภาคอาเซียนเป็นไปด้วยความราบรื่นและบรรลุผลลัพธ์ต่อภูมิภาคโดยรวมในที่สุด
ภาพที่สะท้อนออกมาจากการนำเสนอรายงานของแต่ละชาติ ที่แสดงให้เห็นความแตกต่างของระดับการพัฒนาทั้งในแง่ของการพัฒนาด้านไอซีที และแนวคิดและมุมมองในการหล่อหลอมสปิริตอาเซียนเข้าด้วยกัน กลุ่มประเทศที่นำหน้าทางกายภาพในการพัฒนาไอซีทีมีเด่นชัดคือ สิงคโปร์ ที่มีศักยภาพสูงเรื่องความพร้อมสูงสุด ทั้งในแง่โครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือไอซีทีที่พัฒนาใช้งานแล้ว กลุ่มผู้นำรองลงมาคือ กลุ่มมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และเวียดนาม และกลุ่มที่พัฒนาน้อย คือ กลุ่ม ลาวกับกัมพูชา และ พม่า โดย 3 ชาติหลังสุดนี้ยังคงกังวลในความล้าหลัง จึงแสดงทัศนะให้ชาติที่ก้าวหน้าให้คิดให้รอบคอบและถี่ถ้วนในการใช้เครื่องมือไอซีทีที่ล้ำสมัยเกินไป จนอาจเป็นเหตุให้เกิดความเหลื่อมล้ำ หรือ Digital Divide ขึ้นในวงอาเซียนได้
ศักยภาพการพัฒนาในอาเซียนทั้ง 10 ชาติผ่าน Country Report นั้น เริ่มจาก บูรไน ถือว่าอยู่แถว 2 รองจากสิงคโปร์ ทีมบูรไนเสนอว่าควรส่งเสริมในลักษณะ Network ASEAN Group Community พร้อมกิจกรรมเช่น IWB หรือ Interaction White Board, ICT ASEAN Youth Camp กิจกรรมการประกวดแข่งขันในเรื่องเรียงความ, Interactive Culture Games Competition และ การแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์ และ Application เป็นต้น บูรไนเสนอว่าสิ่งที่ท้าทายคือเรื่องการจัด Community Center ซึ่งกระทรวงไอซีทีของเราก็ทำอยู่อย่างต่อเนื่องหลายสิบแห่งแล้วทั่วประเทศ แต่ยังไม่ค่อยรับรู้ในวงกว้าง ความท้าทายต่อมาคือ ทำอย่างไรที่จะลดค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ลง โดยร่วมกันส่งเสริมเรื่อง FLOSS หรือ Free Libre Open Source Software คราวหน้าจะนำเรื่องนี้มาขยับกันหน่อย ทราบว่ากระทรวงไอซีทีและเนคเทคเตรียมการเรื่องนี้ให้แรงขึ้นในแง่ของรูปธรรม.
ชาติต่อมาคือกัมพูชา อย่างที่นับไว้ตอนต้น กัมพูชาก็ถือว่าอยู่ในแถวล่างสุดของอาเซียน ภาพที่สะท้อนออกมาก็จริงในแง่ของปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานยังต้องพัฒนาอีกมา ค่าบริการอินเตอร์เน็ตก็นับว่าแพงมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ โทรมือถือนับวันก็จะมีบทบาทมากขึ้นกับประชาชนในระดับค่าบริการที่สูง และการบริหารจัดการที่ยังไม่ลงตัวเท่าใดนัก กัมพูชาเสนอให้มี Sustainable Fund เพื่อให้สามารถสนับสนุนในส่วนที่ยังขาดอยู่ในประเทศสมาชิก และให้ข้อคิดว่า การใช้ Media ไม่ควรเน้นเฉพาะ New Media เท่านั้น ควรคงไว้ซึ่ง Old Media เช่น TV วิทยุหนังสือพิมพ์ เป็นต้น เนื่องจาก เทคโนโลยีใหม่นั้น ประเทศที่ยังไม่พร้อมจะมีต้นทุนในการใช้สูงมาก
อินโดนีเซีย ก็นับได้ว่าอยู่ในแถว 2 ของอาเซียนร่วมกับ บูรไน ไทย มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ อุปสรรคใหญ่ของอินโดนีเซียก็ คือการที่มีเกาะแก่งใหญ่น้อย กว่า 17,000 เกาะ ในจำนวนนี้ราว 3,000 เกาะยังไม่มีการตั้งชื่อด้วยซ้ำ จึงมีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐานมากทีเดียว ที่ตั้งเป้าไว้จะเชื่อมโยงหมู่เกาะสำคัญด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2 ระยะคือ 2015 และ 2025 แต่ปัญหาเศรษฐกิจทรุดตัว ก็ทำให้เป็นปัจจัยชะลอการดำเนินงานที่สำคัญไปด้วย จึงจำเป็นต้องใช้สัญญาณดาวเทียมทดแทนในบางแห่งและเฉพาะกิจ อินโดนีเซียมองว่า ที่ผ่านมาการปฏิสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ตเรามักส่งเสริมประเภทที่เรียกว่า G2G, B2B เป็นต้น เพื่อให้บรรลุประสงค์ในการสร้างสังคมอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียว ควรขยายกิจกรรมลงไปในระดับของภูมิภาคและชุมชนด้วย จึงเสนอแนวทาง C2C หรือ Community to Community และ LG2LG หรือ Local Government to Local Government ที่จะทำให้ลดความเหลื่อมล้ำของคนในเมือง และชนบทได้
ประเทศลาวที่อยู่แถวเดียวกับพูชา จึงสะท้อนภาพคล้ายๆ กัน คนลาวนั้นไม่ค่อยรู้จักอาเซียนจนกระทั่งปี 2004 ที่มีอาเซียนซัมมิทในลาว จึงทำให้คนตื่นตัวเกี่ยวกับอาเซียน ไม่ต่างจากไทยเราที่จัดอาเซียนซัมมิทในปีนี้ทำให้รู้จักแพร่หลายมากขึ้นเช่นกัน ลาวดำเนินการ e-Government มาหลายปีแล้ว ปีนี้จะเป็นปีนับผลงานแล้ว แต่ปัญหาก็คือการขาดแคลนผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้านไอซีที คนส่วนใหญ่ใช้โทรถือมือ อินเทอร์เน็ตแพงเช่นเดียวกับกัมพูชา ในแง่ค่าครองชีพ จึงต้องการให้คงไว้ซึ่ง media ประเภทวิทยุและโทรทัศน์
มาเลเซีย จัดว่าอยู่แถว 2 ระดับบนมีการแยกแยะให้เห็นว่าคนใช้อินเทอร์เน็ตของมาเลเซียส่วนใหญ่ ราว 33 % จัดอยู่ในอายุระหว่าง15 – 24 ปี โดยใช้ในแง่ของข้อมูลข่าวสารและมีเดียเป็นหลักกว่า 94 % ใช้บริการของภาครัฐราว 26% เท่านั้น 74% เป็น Internet ประเภทบรอดแบนด์ จึงพร้อมที่จะใช้ Media รุ่นใหม่พร้อมกับเครื่องมือใหม่ๆ เช่น Personal TV, Web TV, Private TV, WIKI, FACEBOOK และอื่นๆ จึงเสนอให้ส่งเสริมกิจกรรม เช่น Social Network Web, กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน การประกวดการแข่งขัน และกิจกรรมที่ส่งเสริมในแนวนวัตกรรม เป็นต้น
พม่า เป็นกลุ่มประเทศแถว 3 กับกัมพูชา และลาว จึงติดขัดในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเช่นกัน โครงการที่น่าสนใจที่ทำร่วมกับมาเลเซีย คือ Smart School คล้ายๆ กับ School NET ของไทยเราที่เงียบไปแล้ว พม่ากำลังพัฒนาประตูที่เรียกว่า Education Portal เพื่อส่งเสริมการศึกษานอกห้องเรียน การใช้อินเทอร์เน็ตปัจจุบันราว 76 % ใช้ในเรื่องธุรกิจ ในโรงเรียนมีเพียง 4 % เท่านั้น อุปสรรคที่ท้าทาย คือ งบประมาณ ปัญหาเรื่องไฟดับยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต รวมทั้งข้อจำกัดของโครงข่ายในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต
ฟิลิปปินส์ แถวเดียวกับไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียและบรูไน ชี้ให้เห็นว่าในการส่งเสริมชุมชนอาเซียนด้วยไอซีทีนั้น ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของเป้าหมายและทิศทาง คุณค่าของ ASEAN เน้นในระดับเยาวชนที่เป็นอนาคตของอาเซียน และกลยุทธ์ในการขับเคลื่อน และควรแยกแยะการใช้ประโยชน์จากคน 3 กลุ่มให้ดีคือ Early Boomer, Generation X และ Generation Y
สิงคโปร์ ผู้นำด้านการพัฒนาในกลุ่ม ASEAN จึงค่อนข้างฟันธงในการเดินตามแนวทางที่ทันสมัย คือการใช้ New Media ทีมสิงคโปร์นำเสนอเว็บท่าที่พัฒนาขึ้นมาแล้วว่าพร้อมที่จะเป็นประตูให้วง ASEAN ที่เรียกว่า Media Portal (www.Aseanmedia.net) แนวคิดของกิจกรรมก็ค่อนข้างตะวันตก คือให้เยาวชนมีช่องทางที่เข้าสู่ความบันเทิงบนอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเครื่องมือทางอินเทอร์เน็ตที่สามารถใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวซึ่งเป็นปกติธรรมชาติของสิงคโปร์ ที่มักมีอะไรติดไม้ติดมือมานำเสนอในวงประชุมสัมมนา และที่สำคัญคือเป็นทีมคนหนุ่มสาวอายุไม่เกิน 40 เสมอ สิงคโปร์มีข้อแนะนำต่อวงนี้ก็คือ ควรมีเว็บท่าและแนะนำให้ใช้ เว็บท่าที่สิงคโปร์สร้างขึ้น ในวงควรแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ในเรื่องแนวโน้มด้านไอซีที โดยเฉพาะในโรงเรียน ควรร่วมกันพัฒนาในรูปของโครงการ และควรทำความเข้าใจกันให้ถ่องแท้ในวงความร่วมมือนี้
เวียดนาม ก็จัดว่าอยู่ในแถว 2 ได้เนื่องจากมีการพัฒนาที่เร็วมาก ประชากรอินเทอร์เน็ตของเวียดนามมีคนอายุต่ำกว่า 35 ถึง 2 ใน 3 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนที่อยู่ในวัยเรียนรู้ และมีศักยภาพในการพัฒนาสูง เพื่อให้วงความร่วมมือในการสร้างสปิริตอาเซียน เวียดนามเสนอในรูปของโครงการหลายเรื่องที่น่าสนใจคือการสร้างเว็บท่าที่เรียกว่า e-Citizen การพัฒนา ICT News Paper ในวงอาเซียนเป็นต้น ปิดท้ายด้วยประเทศไทยที่ทีมไทยนำเสนอภาพของการพัฒนาไอซีทีที่มีหน่วยงานหลักอย่างกระทรวงไอซีที เนคเทค ซอฟต์แวร์ปาร์ค และชิป้าพร้อมกับนำเสนอเว็บความรู้ที่ควรส่งเสริมในหมู่เยาวชนเช่น tkc.go.th, oknation.net พร้อมๆ กับกิจกรรมที่ควรทำร่วมกันเช่น Amazing ASEAN Reality, TV Program Interactive, Social Network Web และ Online Community เป็นต้น
ผลลัพธ์จากการสัมมนา ได้มีการกำหนดกลยุทธ์ในการใช้ไอซีทีเพื่อส่งเสริมจิตวิญญาณอาเซียนร่วมกันไว้น่าสนใจได้แก่ ข้อแรกการจัดตั้ง Pioneer Team เพื่อทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการที่จะประยุกต์ใช้ไอซีทีในการส่งเสริมสปิริตอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียวและจะขยายผลไปสู่ชุมชนต่าง ๆ ทั้งในเมืองและนอกเมือง พร้อมกับการตั้งตัวแทนของ Pioneer Team ที่จะทำหน้าที่ลงรายละเอียดในขั้นปฏิบัติและการประเมินผล กลยุทธ์ต่อมาคือการเชื่อมโยงกันระหว่างกลุ่มด้วยกิจกรรมที่ตรงกับทิศทางการพัฒนาของอาเซียนได้แก่ กิจกรรมด้านวัฒนธรรม เป็นต้น รวมทั้งการสร้างความตระหนักและการสร้างโอกาสให้เกิดความรู้และการเรียนรู้ด้วยมีเดียทั้งในรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่ กลยุทธ์การใช้ไอซีทีที่ทันยุคสมัยในขณะเดียวกันก็จะมีความยั่งยืนด้วย ก็นับว่าเป็นแนวกลยุทธ์ที่ดี ซึ่งในที่สุดก็ถ่ายทอดออกมาเป็นแผนปฏิบัติการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการหล่อหลอมชุมชนอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว
ข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามได้ที่ http://aseanspirit.wordpress.com
Filed under: IAC Articles | Tagged: ASEAN Spirit | Leave a Comment »
CIO – Viewpoint
ทัศนะ CIO
อังสุมาล ศุนาลัย
CIO กระทรวงไอซีที
e-Enterprise
เมษายน 2552
ณ ช่วงเวลาเศรษฐกิจขาลงเช่นทุกวันนี้ กระทรวงไอซีทีก็พยายามดำเนินนโยบายด้านไอซีที ในทิศทางการปรับตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อกระทรวงเองที่จะสามารถผลักดันการพัฒนาด้านไอซีทีให้เดินหน้าต่อไปได้และส่งผลดีต่อการพัฒนาในภาพรวมของประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สิ่งที่กระทรวงพยายามที่จะผลักดันในยามวิกฤติขณะนี้ก็ ได้แก่ การส่งเสริมและผลักดันซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในระดับระบบปฏิบัติการรวมทั้งกลุ่มซอฟต์แวร์ระบบหรือซิสเต็มซอฟต์แวร์ด้วย โดยก่อนหน้านี้มีการผลักดันจากหลายฝ่ายในส่วนของซอฟต์แวร์ประยุกต์ เช่น โอเพ่นออฟฟิศ ให้แพร่หลายมาแล้ว ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐได้มากทีเดียว ในขณะเดียวกันหลายๆ ฝ่ายควรจะหันมาร่วมมือกันหาแนวทางในการใช้ไอซีที ในหลายวิธีที่จะเอื้ออำนวยต่อการประหยัดงบ ประหยัดพลังงานและจรรโลงสิ่งแวดล้อมที่ดี เช่น การแบ่งปันและใช้งานทรัพยากรร่วมกันและบูรณาการกัน การนำแนวปฏิบัติในเรื่องกรีนไอทีมาใช้ที่เริ่มต้นทำได้เลยเช่น ปิดเครื่องเวลาไม่ได้ใช้งาน การจำกัดการใช้ปริ้นเตอร์เท่าที่จำเป็นช่วยลดการใช้กระดาษลงได้ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่น ทั้งในเรื่อง เซิฟเวอร์ เรื่องสตอเร็จและในเรื่องแอพลิเคชั่น ก็สามารถช่วยในเรื่องการประหยัดพลังงาน และประหยัดงบประมาณในระยะยาวได้ด้วย และที่สำคัญในยามนี้ก็คือการลงทุนเพื่อสร้างและฝึกฝนอบรมบุคลากรไอทีให้มีความพร้อมก็ควรทำ เพื่อให้พนักงานมีขวัญกำลังใจในการทำงาน รวมทั้งเป็นการเตรียมคนให้พร้อมเพื่อรับมือในวันหน้าเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวในรอบใหม่อีกด้วย
Filed under: CIO Viewpoint | Tagged: อังสุมาล ศุนาลัย, CIO Viewpoint | Leave a Comment »
IAC Forum – April 2009
e-Enterprise
แวดวง CIO
เมษายน ๒๕๕๒
แวดวง CIO กลับมารับใช้ท่านผู้บริหารไอซีที เช่นเดิมครับ ฉบับนี้ มีข่าวคราว ความเคลื่อนไหว ของท่าน CIO และนักบริหารไอซีที รวมทั้งหน่วยงานพันธมิตร มานำเรียนท่านเช่นเดิม ครับ
@เริ่มด้วย ท่านรองปลัดกระทรวงไอซีที (อังศุมาล ศุนาลัย) / CIO16 กล่าวในงานสัมมนา “การพัฒนาความสามารถในการแข่งขันด้าน ICT ของประเทศไทย” จัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และกระทรวงไอซีที เมื่อ ๑๙ มี.ค. ที่ผ่านมาว่า “ภาครัฐจะสนับสนุนการใช้โอเพ่นซอร์สอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อช่วยลดต้นทุนการซื้อไอซีที และจะสนับสนุนใช้โอเพ่นซอร์สในประเทศมากยิ่งขึ้น ทั้งยังจะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการช่วยการพัฒนา แทนการ
ส่งเสริมให้มีการแข่งขันกันเองในกลุ่ม” นับเป็นวิสัยทัศน์ที่เยี่ยมยอดและสร้างกำลังใจให้ชุมชนโอเพ่นซอร์สของไทยได้เป็นอย่างดี” นับว่าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ดี สำหรับวงการไอซีทีไทย ครับ
@เอกสารการบรรยายเรื่องดังกล่าวข้างต้น โดย ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ , TRDI ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.tdri.or.th/en/html/download2.html
@ต่อเนื่องด้วย แนวทางการส่งเสริมโอเพ่นซอร์สในภาครัฐจากสำนักงบประมาณ ที่เริ่มดำเนินการแล้วในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ นี้ และหวังใจว่าจะต่อเนื่องไปยังปีต่อๆไป ด้วย คือ “หลักเกณฑ์และแนวทางการพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๒ ว่าด้วยเรื่อง การจัดซื้อจัดจ้างระบบไอซีทีตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมสำนักงานสำเร็จรูป” โดยกำหนดไว้ว่า ในการดำเนินการจัดหาชุดโปรแกรมสำนักงานสำเร็จรูป (Office Application) ให้พิจารณาจัดหาซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์เพียงร้อยละ 80 ของจำนวนที่ขอจัดหา โดยในส่วนที่เหลือ ร้อยละ 20 ให้หน่วยงานใช้ซอฟต์แวร์รหัสเปิด (Open Source Software) เพื่อเป็นการลดภาระงบประมาณรายจ่าย”
@เป็นอีกหนึ่งสัญญาณจากภาครัฐ ที่ส่งเสริมและสนับสนุนการมีและการใช้ Open Source Software หรือ โอเพ่นซอร์สซอฟต์แวร์ หรือ ซอฟต์แวร์รหัสเปิด ในประเทศ ไทย
@งานประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2552 : NAC2009 ที่ปีนี้ กำหนด Theme ไว้ว่า “สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” จัดไปเมื่อ ๑๒-๑๔ มี.ค. ที่ผ่านมา มีหัวข้อ “Open Spurce Software” ด้วย จัดเมื่อ ๑๔ มี.ค. มี Key note Speaker คือ ดร. วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เนคเทค และผู้อำนวยการ สถาบันฝึกอบรม เนคเทค (NECTEC Academy) บรรยายเรื่อง “Key success factors of Thailand Open Source Software” รวมทั้งมีการเสวนา เรื่อง “OSS กับการพัฒนาบุคลากร” ผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ อ. ธวัชชัย เอี่ยมไพโรจน์ จาก ม.บูรพา,
อ. ประเสริฐ ลือโขง จาก ม. เทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา, อ. สว่างพงศ์ หมวดเพชร จาก Open Source Academy , อ. พรพรหม อธีตนันท์ จาก NECTEC Academy และ อ. กำธร ไกรรักษ์ จาก OSS/NECTEC
@ติดตามเอกสารประกอบการสัมมนานี้ ได้ที่ http://www.nstda.or.th/nac2009/conference_14.php
<<< ภาพประกอบ http://gallery.mrchoke.com/v/users/MrChoke/20090314_nac2009_oss/?g2_page=14 >>
@ ต่อด้วย ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในวงการ CIO กันต่อ ครับ
@ท่านอธิบดี กรมประชาสัมพันธ์ (ท่านเผชิญ ขำโพธิ์) ( อดีต CIO) เป็นประธาน เปิดการสัมมนา ‘Usage of ICT to Promote ASEAN Spirit’ เมื่อ ๑๘ มี.ค. ที่ผ่านมา การสัมมนานี้ เป็นแหล่งชุมนุมของ ICT Policy Maker, ICT Entrepenuer , ICT Student จาก ๑๐ ประเทศในกลุ่ม ASEAN รวม ๔๐ คน มาช่วยกันคิดว่า จะนำ ICT มาช่วยในการสร้างจิตวิญญาณแห่ง ASEAN ได้อย่างไร
@ติดตามสาระสำคัญจากการสัมมนานี้ ได้จาก http://aseanspirit.wordpress.com/
<<ภาพประกอบ http://picasaweb.google.com/aseanspirit
@เมื่อ ๑๑ มี.ค. ที่ผ่านมา ชมรมเทคโนโลยีสารสนเทศรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย หรือ ICTSEC นำโดยท่านประธานชมรม คือ ท่านไชยเจริญ อติแพทย์ / CIO16 จัดประชุมใหญ่สามัญและเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชมรม ICTSEC ชุดที่ 8 รวมทั้งจัดสัมมนา “การบริหารจัดการไอซีทียุดวิกฤตเศรษฐกิจ” ด้วย การสัมมนาเปี่ยมไปด้วยเนื้อหาสาระที่ทรงคุณค่า
@ติดตามเอกสารประกอบการสัมมนาได้ที่ http://www.ictsecthailand.com/
<ภาพประกอบ http://picasaweb.google.com/pornprom/20090311ICTSEC# >
@แวดวง CIOทราบมาว่า ชมรม ICTSEC ได้หน่วยงานที่เป็นคณะกรรมการบริหาร จำนวน ๙ หน่วยงานมาแล้ว และจะมีการประชุมเพื่อเลือกประธานชมรม คนใหม่ต่อไป แว่วมาว่า….. ท่านประธานชมรมคนล่าสุด ติดโผ….อีกแล้ว ครับ ท่านประธาน……
@แหล่งข่าวจาก กลุ่ม CIO16 กระซิบมาว่า CIO16 เตรียมจัดงาน Dinner Talk ราวเดือน พฤษภาคม นี้ คราวนี้ มาด้วยเรื่อง “Clound Computing” ล้วน ๆ แฟนพันธุ์แท้ CIO16 เตรียมตัวได้เลยครับ ติดตามข่าวสาร ได้ที่ http://cio16.wordpress.com
@IAC Forum เมื่อ ๑๓ มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นเรื่อง “Enterprise Architectire & Service Oriented Architecture” มีวิทยากร ได้แก่ อ. สนธยา สุธัมมสภา ไอบีเอ็ม ประเทศไทย , อ. ชุมพล บุญมี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , อ. ทวีวัฒน์
เหลืองวิริยะ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA)
@ท่านผู้บริหารติดตามเอกสาร ได้ที่ http://iacthailand.wordpress.com/
@ IAC Thailand เตรียมจัด IAC International Forum 2009 & 4th IAC General Meeting 2009 ระหว่าง ๒๙-๓๐ มิ.ย. นี้ ภายใต้ Theme “Innovative CIO in the Economic & Environment Crises” ติดตามข่าวสารได้ที่ http://iacthailand.wordpress.com/ ทราบว่า งานนี้ จะมี International Speakers มาร่วมไม่ต่ำกว่า ๑๐ ท่านเลยทีเดียว
@ศูนย์ฝึกอบรมเนคเทค หรือ NECTEC Training Center พันธมิตรทางวิชาการ ของหลักสูตร CIO ได้เปลี่ยนชื่อแล้ว เป็นสถาบันฝึกอบรมเนคเทค หรือ NECTEC Academy คงไว้ซึ่งปณิธานอันแน่วแน่ เรื่องการพัฒนาบุคลากรไอซีที ในเวทีระดับชาติและภูมิภาค เช่นเดิม
@The Society of Project Management-SPM (Japan) และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ NECTEC มีกำหนดจัด PROMAC Symposium 2009 ระหว่าง ๒๘ – ๓๐ ต.ค. ที่เชียงใหม่ ติดตามรายละเอียด ได้ที่ http://www.promacsymposium2009.org/
@ติดตามกิจกรรม ของ IAC Thailand ได้อีกช่องทาง Twitter ที่ http://www.twitter.com/iacforum
@พบกันใหม่ ฉบับหน้าครับ …สวัสดีครับ
Filed under: IAC Forum | Tagged: IAC Forum | 1 Comment »
Presentation- Thailand ICT Competitiveness
Presentation การพัฒนาความสามารถในการแข่งขันด้าน ICT ของประเทศไทย
ในงานสัมมนา เรื่อง “การพัฒนาความสามารถในการแข่งขันด้าน ICT ของประเทศไทย”
จัดโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2552 ระหว่างเวลา 08.30 — 12.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค (ถนนราชปรารภ)
ประเทศไทยได้กำหนดกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศในระยะที่ 2 พ.ศ. 2544 — 2553 ซึ่งมีเป้าหมายให้ประเทศพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ซึ่งมีสัดส่วนของอุตสาหกรรมบนฐานความรู้ร้อยละ 50 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการเชื่อมโยง สนับสนุน ขยายและพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ ให้สอดคล้องกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศให้อยู่ในระดับสากล จึงมอบหมายให้คณะวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยดำเนินการวิจัยในโครงการ “ส่งเสริมบทบาทของอุตสาหกรรม ICT เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ” จึงร่วมกันจัดการสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น เพื่อนำเสนอผลการวิจัยดังกล่าว อีกทั้งเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการและตัวแทนจากสมาคมต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
Filed under: announcement | Tagged: การพัฒนาความสามารถในการแข่งขันด้าน ICT ของประเทศไทย, Thai ict competitiveness | Leave a Comment »
20090327-Computer-Miss-Used-Act-Seminar
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับ สถาบันอิศรา จัดราชดำเนินเสวนาครั้งที่ 17 /2551 เรื่อง “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ปกป้องหรือคุกคาม” ดำเนินรายการโดยนายฐิติชัย อัฏฏะวัชระ
มีข้อเขียน และบทความ ที่เกี่ยวข้อง และน่าสนใจติดตาม
เชิญติดตามได้ที่นี่
๑) หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ , [28 มี.ค. 52 - 05:31] - รองปลัดไอซีทีแจง พ.ร.บ.คอม ปกป้องผู้ใช้ ไม่คุกคามปชช.
๒) Siam Intelligent Unit , March 27, 2009 – ถก พรบ. คอมพิวเตอร์ ยังขัดแย้ง มุมมองจากรัฐ และภาคประชาชน
Filed under: Events | Tagged: Cpmputer Miss used Act, Thailand Computer Miss Used Act, Thailand ICT Law | 1 Comment »
Launching : Creative Commons Thailand
2 เมษายน 2552 เปิดตัวสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทย ที่หอศิลป์กทม.
ปัญหา : อยากเผยแพร่เนื้อหาบนเน็ตให้คนใช้เยอะ ๆ แต่กลัวโดนก๊อปปี้ไปใช้โดยไม่ให้เครดิต
คำตอบ : สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (Creative Commons license)
เครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย จัดงานเปิดตัวสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทย ที่
- ห้องประชุมชั้น 5
- หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตรงข้าม MBK
- ในวันที่ 2 เมษายน 2552 เวลา 13.00 – 16.00 น.
13:00 ลงทะเบียน
13:30 แถลงข่าวเปิดตัว สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทย
- คุณพิชัย พืชมงคล หัวหน้าโครงการ (สำนักกฎหมายธรรมนิติ)
คุณสุนิตย์ เชรษฐา ภาคีสนับสนุน (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ)
14:00 ตอบข้อซักถาม
14:15 นำเสนอตัวอย่างหน่วยงานและเว็บไซต์ที่ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์
14:45 เสวนาเรื่อง “การเผยแพร่เนื้อหาดิจิทัลเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมเสรี”
- คุณวิริยะ สว่างโชติ ดำเนินรายการ (ศูนย์วัฒนธรรมศึกษา วัฒนศาลา)
- คุณพิชัย พืชมงคล ผู้ร่วมเสวนา (โครงการครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย)
- คุณสุนิตย์ เชรษฐา ผู้ร่วมเสวนา (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ)
- คุณวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ร่วมเสวนา (พันทิป.คอม)
- คุณสุภาพ หริมเทพาธิป ผู้ร่วมเสวนา (เครือข่ายสื่อใหม่สร้างสรรค์)
- คุณปราบดา หยุ่น (นักเขียน ศิลปิน) *รอยืนยัน
16:00 ปิดงาน ถาม-ตอบ พูดคุยกันต่อตามอัธยาศัย
ใครมาได้บ้าง ?
ทุกคนที่สนใจในการเผยแพร่งานสร้างสรรค์ให้สาธารณะใช้งานและพัฒนาต่อยอด ไม่ว่าคุณจะเป็น
- บล็อกเกอร์ นักเขียน
- นักถ่ายภาพ นักสร้างหนัง นักแต่งเพลง นักดนตรี
- หน่วยงานที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ องค์กรสาธารณประโยชน์ ห้องสมุดพิพิธภัณฑ์ คลังข้อมูล
- เว็บไซต์เพื่อการศึกษา
- ผู้ให้บริการเนื้อหา พื้นที่บล็อก เว็บบอร์ด
- ฯลฯ
รายละเอียดเพิ่มเติม ที่ ครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย
Filed under: Events | Tagged: CC, Creative Commons | Leave a Comment »
Presentations – IAC Forum on SOA – March 13, 09
Referrfing to IAC Forum on SOA , http://iacthailand.wordpress.com/2009/03/05/iac-forum-soa-in-action-march-13/ – on March 13 , 2009.
Here is all presentation
2) Ajarn Sondhaya Sudhamasapa – IBM
Filed under: IAC Forum | Tagged: IAC Forum, IAC Forum on SOA, IBM SOA | Leave a Comment »